16 June 2009ศิลปินไส้แห้งจริงหรือ? Van Gogh vs Picasso

ชาว Blog หลายต่อหลาย Blog ทีเดียว ทั้ง itemstudio, nation, ส.ส.ท. ที่ถกเถียงกันว่า “ศิลปินไส้แห้งจริงหรือ?” และเป็นยังงี้กันทั่วโลกจนที่ปรึกษาธุรกิจแถบซานฟรานซิสโก ออกมาสรุป 10 ข้อ ที่ทำให้ศิลปินไส้แห้ง-Ten Ways to be a Starving Artist-ด้้วยน้ำเสียงแกมประชดประชัน

10 วิธีทำให้ศิลปินไส้แห้ง

10 วิธีทำให้ศิลปินไส้แห้ง

ศิลปินที่ว่าเนี่ย รวมไปทั้งจิตรกร นักดนตรี นักประพันธ์ ฯลฯ ที่พูดกันถึงศิลปินเนี่ยเป็นเพราะว่าจะมีชนอาชีพไหนที่มีผลงานโดดเด่น หรือฝากเอาไว้ให้ลูกหลานดูได้แบบศิลปินบ้าง เ่ช่น หมอที่ช่วยชีวิตคนไว้ได้มากที่สุดก็ไม่อาจเห็นผลงานเป็นรูปธรรมได้ หรือ นักธรณีวิทยาขุดค้นซากฟอสซิล (paleontologist) ทั้งชีวิตก็ได้ครอบครองช่วงเวลาหนึ่งของการค้นพบรอยต่อของประวัติศาสตร์การเติบโตของโลกใบนี้เท่านั้น

ศิลปินที่น่าพูดถึงมากที่สุดตั้งแต่อดีตมาหนีไม่พ้น จิตรกร ผู้ที่คนสมัยก่อนไม่ต้องอาศัยเทคโนโลยีมากนักก็สามารถถ่ายทอดผลงานภาพเขีียนไปสู่คนทั่วโลกได้ จิตกรที่มีชื่อเสียงระดับโลก 2 ท่านที่นำมาพูดถึงในกรณีนี้คือ Vincent Van Gogh และ Pablo Picasso ทั้ง 2 ท่านมีผลงานที่มีความโดดเด่นเป็นตัวของตัวเองไม่แพ้กันทีเดียว

ผลงานของทั้งคู่แต่ละรูปวางขายในราคาหลายสิบล้านดอลล่าร์

"Three Musicians." by Picasso

"Three Musicians." by Picasso

แต่สิ่งที่แตกต่างอย่างมากสำหรับ 2 ท่านนี้คือ ช่วงระยะสุดท้ายของชีวิตขณะที่ Van Gogh เสียชีวิตไปอย่างยาจกคนหนึ่ง แต่ Picasso มีทรัพย์สินราว 750 ล้านดอลล่าร์ !!!

ชีวิตของทั้งคู่ได้ถูกนำมาศึกษาในแง่ของ Business & Management โดยสถาบัน MIT Sloan ได้กล่าวไว้ว่า

Van Gogh ได้ถ่ายทอดผลงานของเขาผ่านน้องชายเพียงผู้เดียว ซึ่งไม่ได้คืนกลับมาสู่ตัวเค้าในรูปของตัวเงินสักเท่าไหร่ ในขณะที่ Picasso ผู้ซึ่งมี Social Connection ปัจจุบันก็ต้องพึ่ง Social Media ที่หลากหลาย และแข็งแรงกว่า เป็นส่วนสำคัญในการสร้างโอกาสในการที่จะประสบความสำเร็จได้มากมาย สิ่งสำคัญจึงอยู่ที่จะสร้าง Network ให้กับศิลปินผู้มีความสามารถได้อย่างไร (How do you connect talented loners to networks so that the creativity of those individuals can be tapped)

> ยังมีบทความที่สนับสนุนสิ่งนี้ เช่น Iconoclast: A Neuroscientist Reveals How to Differently หรือเช่น Unlocking the Hidden Value of Patents สำหรับยุค “Open Innovation” ซึ่งบริษัทต่างๆ ที่สามารถปรับตัวให้เข้ากับยุค  “Open Innovation” ได้ก็จะสามารถเปิดเผยเทคโนโลยีที่ัตัวเองคิดค้นได้ แต่ไม่ได้นำมาทำการค้าสู่ตลาดภายนอก ไม่ใช่เก็บลิขสิทธิ์เอาไว้เฉยๆ  โดยไม่ได้ทำประโยชน์อะไรเลย หรือเป็นแบบที่เรียกว่า Creative Commons ก็ได้ค่ะ

สรุปแล้วไม่จำเป็นต้องเป็นศิลปินหรอก ใครก็ตามที่ขาดหลักการต่างๆ เหล่านี้ก็มีสิทธิ์ไส้แห้งได้เหมือนกัน

Tags: , , , , , , , , , ,

2 Responses to “ศิลปินไส้แห้งจริงหรือ? Van Gogh vs Picasso”

  1. mehtamorphosis

    7 October 2009, 12:11 am

    ชอบบทความนี้มากเลยครับ ส่วนหนึ่งก็สงสารศิลปินที่ไม่เคยถูกปลูกฝังให้มีความเข้าใจเรื่องนี้ แถมบางคนยังมองเรื่องของการตลาดเป็นแง่ลบอีกต่างหาก ผมคนนึงล่ะที่เคยเป็นแบบนั้น กว่าจะรู้ตัวเวลาก็ผ่านไปตั้งเท่าไหร่

  2. Coffee

    10 August 2010, 9:08 pm

    Very nice information.

Leave a Reply